ดิเอโก มาราโดนา เทพเจ้าวงการลูกหนังโลก ผู้ที่เปรี่ยมไปด้วยทักษะ และพรสวรรค์

ดิเอโก มาราโดนา

ดิเอโก มาราโดนา นักฟุตบอลอาชีพ ที่มีตำนานแห่งเรื่องราว ที่เป็นที่สุดอีกคนหนึ่งของโลก จากดินสู่ดาว แล้วจึงกลับกลายมาเป็นดินอีกครั้งหนึ่ง

ดิเอโก มาราโดนา สำหรับชื่อนี้ ใครที่เป็น แฟนฟุตบอลตัวยง มาตั้งแต่ ในช่วงยุค 80’s เชื่อว่าต้องไม่มีใคร ที่ไม่รู้จัก อย่างแน่นอน เพราะฉายา “เสือเตี้ย” ที่เขาได้รับ มาจากเหล่าบรรดา สื่อมวลชน และแฟนๆ ฟุตบอลทั่วทุก มุมโลกนั้น ดังกระหึ่ม ประหนึ่งว่า เป็นเสียงของ ระเบิดนิวเคลียร์ มาราโดน่า pantip

ด้วยลวดลายลีลา ที่เขาเคย ได้จารึกเอาไว้ บนผืนหญ้านั้น มันช่างสวยงาม ดั่งภาพเขียน ของจิตกร ผู้ที่มีชื่อเสียง ในระดับโลก และยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวกับ ผลงานของเขา ยังได้ถูก ทิ้งเอาไว้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่ ที่มีจิตใจ หลงใหลใน กีฬาที่เรียกว่า “ฟุตบอล” ดิเอโก้

ดิเอโก มาราโดนา

ในการที่ นักฟุตบอล สักคนหนึ่ง จะสามารถ สร้างชื่อเสียงได้ จนโด่งดัง ไปในระดับ โลกได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นสิ่ง ที่ล้วนแล้วแต่ ต้องใช้เวลา ในการสั่งสม และพิสูจน์ถึง ผลงานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในสนาม ของการแข่งขัน เป็นระยะเวลา ที่ยาวนาน ร่วมสิบปี หรืออาจจะต้อง ทุ่มเทอย่างหนัก มากกว่านั้น

แต่ในทางกลับกัน สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ ร่างเตี้ยคนนี้ เขากลับใช้ ระยะเวลา เพียงไม่นาน ในการสร้างผลงาน และแรงศรัทธา ที่แฟนบอลมีต่อเขา ในระดับที่เรียกว่า “พระเจ้า” และแถมยัง เป็นการเข้าไป ครอบครองใจแฟนๆ และสื่อมวลชนทั่วโลก ในแบบที่ ยุคสมัยใหม่ เรียกกันว่า “ไอดอล” ได้อีกด้วย

ดิเอโก มาราโดนา ในวันที่ดิน กำลังจะกลายเป็นดาว

จุดเริ่มต้น แห่งการมาจุติ เป็นพระเจ้า แห่งวงการ ฟุตบอลของเขานั้น เริ่มต้นขึ้น เมื่อครั้งที่เขา ได้มีอายุแค่เพียง 15 ปี จากหนุ่มน้อยแห่ง กรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของประเทศ อาร์เจนตินา ซึ่งเขาได้เกิด และเติบโตขึ้นมา ในแหล่งที่สังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ มีความเสื่อมโทรม ที่สุดของเมือง

ก่อนจะมา ได้มีโอกาส สวมเสื้อทีมฟุตบอล อาร์เจนติโนส จูเนียร์ เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นทีม ฟุตบอลเล็กๆ ในชุมชน ที่เขาอาศัยอยู่ ในปี ค.ศ. 1976 มาราโดน่าเสียชีวิตเพราะอะไร

เพื่อเป็นการ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ กับลูกหนังบนพื้นหญ้า ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็น สวมเสื้อทีมชาติ อาร์เจนตินา ในปีถัดมา จิอันนินา มาราโดนา

โดยในสองฤดูกาลแรก กับชีวิตของนักฟุตบอลอาชีพ เขาก็ได้สามารถคว้าตำแหน่ง นักเตะผู้ที่ซัลโวประตู ได้มากที่สุด และนั่นคือ ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขา ในวันที่เริ่มต้น มาราโดน่า ปัจจุบัน

และยังได้เป็นผู้นำทีมชาติ อาร์เจนตินา ไปคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลกชาย อายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 1979 มาได้เป็น ผลสำเร็จอีกด้วย โดยหลายคน ได้รู้สึก ประทับใจ กับผลงาน ในการลงสนามของเขา ในครั้งนั้น เป็นอย่างมาก

จนผลงาน ไปเข้าตา ของทางสโมสร โบคา จูเนียร์ เขาจึงถูก เรียกตัวไป เข้าสังกัด จากนั้นจึงได้ ย้ายไปซบอก ของสโมสร ยักษ์ใหญ่อย่าง บาเซโลน่า แลัวค้าแข้ง อยู่ในลีกสูงสุด ของประเทศ สเปน ด้วยสนนราคาค่าตัว ที่แพงระดับ เป็นสถิติใหม่ ของโลกใน เวลานั้นคือ 5 ล้านปอนด์

และถึงแม้ว่า ในช่วงระยะเวลาที่เขาลงสนาม เพื่อฟาดแข้ง ให้กับทางต้นสังกัดอย่างสโมสร บาเซโลน่าเขาได้มีปัญหา เกี่ยวกับความคิดเห็น ที่ขัดแย้งกัน กับตัวของ ประธานสโมสร รวมไปจนถึง ปัญหาการวิวาท กับเพื่อนร่วมทีม และก็ยังมี อาการบาดเจ็บ มากวนใจ อยู่บ่อยๆ แต่ผลงาน ในการลง สนามเตะของเขา ก็เป็นที่ ประทับใจ ของแฟนบอล ทุกครั้งไป ดิเอโก้ ดอร่า

ดิเอโก มาราโดนา

เขาได้ทำลายสถิติค่าตัว ที่แพงที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่ง โดยการที่ย้ายไปซบทีม นาโปลี ลีกสูงสุดของประเทศ อิตาลี ในปี ค.ศ. 1984 ด้วยสนนราคา 6.9 ล้านปอนด์ ซึ่งเรื่องนี้ได้ว่ากันว่า มันเป็นการย้ำชัดในความเป็น พระเจ้าแห่งวงการลูกหนัง” ของเขาได้เป็นอย่างดี ดิเอโก้ การ์ตูน

มาราโดน่า เคยต้องโทษแบน ยาวนานถึง 15 เดือน เนื่องจากเขา ถูกตรวจพบ สารกระตุ้นต้องห้าม ในศึกฟุตบอลโลก ที่อิตาลี ในปี ค.ศ. 1990 และถูกตรวจพบ อีกเป็นครั้งที่สอง ที่สหรัฐ ในปี ค.ศ. 1994 

เหตุการณ์ที่ทำให้โลก ได้จดจำเขาในชื่อ “หัตถ์พระเจ้า” คือเหตุการณ์ที่ ทีมชาติอังกฤษ ปะทะกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ที่ประเทศ เม็กซิโก ในศึกฟุตบอลโลก ปี ค.ศ. 1986 มันเป็นจังหวะผิดพลาดของผู้เล่นแนวรับ ของฝ่ายอังกฤษเอง ก่อนที่เขาจะกระโดดใช้มือปัดบอล เพียงเล็กน้อยจนกลายเป็นประตู ที่อาร์เจนตินา ออกนำอังกฤษก่อน 1-0

เมื่อหมดเวลา ชายผู้เป็นตำนานจึงจากไป

ดิเอโก มาราโดนา

ชายผู้เป็นตำนาน แห่งวงการลูกหนังโลก ไปจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ฝูงชนชาวเมือง เนเปิลส์ ในประเทศอิตาลี และประชาชน ทั่งประเทศ อาร์เจนตินา ต่างพากันออกมาจากบ้าน เพื่อเดินทางไปไว้อาลัย ให้กับเขาตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ ตัวแทนของเขา

อีกทั้งเหล่าบรรดาแฟนบอล และทางสโมสรต้นสังกัดต่างๆ ที่เขาเคยร่วมงานด้วย ก็ต่างออกมาแสดงความเสียใจ กับการจากไปของเขาอย่างล้นหลาม มีการยืนไว้อาลัยกันในสนาม ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ในโลกออนไลน์ ก็มีการโพสต์ไว้อาลัยอีกด้วย

Artist Em 

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *